หลายคนอาจรู้จักกับเทคโนโลยีชีวภาพ(ไบโอเมตริกซ์)ที่ถูกนำมาใช้สำหรับการตรวจสอบตัวตนของบุคคล เช่นการลงเวลาเข้างานแทนระบบเก่าที่เคยใช้บัตรตอก มาเป็นช่วงเวลาหนึ่งแล้ว การที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่ได้รับการตอบรับว่าสามารถนำมาเป็นระบบการลงเวลาในการเข้างานของพนักงานอย่างแพร่หลาย เครื่องสแกนนิ้วนอกจากเทคโนโลยีชีวภาพที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าป้องกันการบันทึกเวลาแทนกันได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นรวมถึงยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างๆ เช่น ค่าทำบัตร ค่าสายคล้องบัตรพนักงาน เลยทำให้หลายๆห้างร้าน{หันมา|เปลี่ยนมา ใช้งานเจ้าตัวเครื่องสแกนนิ้วมาเป็นมาตรฐานในการบันทึกเวลาทำงานแต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้างในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เช่น สแกนนิ้วไม่ติด ลายนิ้วมือไม่ชัดเจน ไม่มีลายนิ้วมือ การวางนิ้วมือลงกับเลนส์สแกน หรือกระทั้งคราบมันหรือไม่สามารถโดนละอองน้ำได้โดยตรง จนทำให้การอ่านค่าลายนิ้วมือนั้นมีโอกาศผิด แต่จุดๆนั้นก็เป็นส่วนเล็กน้อยที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานระบบนี้
เพราะแบบนี้จึงทำให้เทคโนโลยีการใช้เครื่องสแกนใบหน้าได้ถูกค้นคว้าต่อมาเพื่อตอบโจทย์ข้างต้น เพราะเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์เหมือนกัน จึงมีข้อดีที่เหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่เครื่องสแกนหน้าสามารถใช้งานโดยไม่ต้องสัมผัสกับตัวเครื่องเหมือนกันโดยเครื่องสแกนนิ้วมือ ผู้ใช้จะยืนอยู่ห่างจากตัวเครื่องสแกนประมาณ 20-30 เซน. เพื่อให้ตัวเครื่องสแกนฯทำการอ่านใบหน้าของเราก่อนที่เครื่องจะทำการประมวลและทำการบันทึกข้อมูล โดยมีเครื่องสแกนใบหน้าขึ้นเพราะลดจุดด้อยต่างๆของเครื่องสแกนลายนิ้วมือและเพิ่มความสะดวกไม่ยุ่งยากต่อการใช้งานให้กับผู้ใช้ทั้งยังเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับระบบการควบคุมการเข้า-ออกประตู (Access Control) อีกด้วย
ที่มา : http://www.ccss.co.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น